ลูกไม่ออกกำลังกาย ทำยังงัยดี

เด็กติดเกมส์

ลูกไม่ชอบออกำลังกาย ทำยังงัยดี?

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการเล่นกีฬานั้นมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีการเจริญเติบโตที่ดี รวมไปถึง “ความสูงของลูกๆ” แต่ปัจจุบันการเล่นกีฬาของเด็กเริ่มลดน้อยลง ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น การเรียนที่หนักขึ้น ภาวะการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น, เด็กติดเกมส์ ติดแทปเล็ต ทำให้การออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือการเคลื่อนไหวร่างกายลดน้อยลง นอกจากนี้ยังมี เรื่องของเด็กที่ไม่ชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว ที่เป็นปัจจัยสำคัญ ลูกไม่ชอบเล่นกีฬาทำอย่างไรดี

การเล่นกีฬาถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด เพราะเด็กๆ จะมีความภาคภูมิใจในตัวเอง อีกทั้งยังทำให้ได้เรียนรู้การทำกิจกรรมร่วมกัน การเข้าสังคม การให้อภัยซึ่งกันและกัน แต่ถ้าหากลูกๆ ของคุณแสดงออกให้คุณเห็นว่า เขาไม่ชอบและไม่อยากจะเล่นกีฬาล่ะ พ่อแม่อย่างเราควรจะทำอย่างไร?

เด็กบางคนไม่ชอบกีฬาที่เล่นเป็นทีม เราก็ไม่จำเป็นต้องไปบังคับให้เขาเล่น แต่ควรจะพยายามถามและสังเกตว่า ทำไมลูกของเราจึงไม่ชอบเล่นกีฬาร่วมกันเพื่อนคนอื่นๆ ร่วมแก้ปัญหาไปกับลูกของคุณ ซึ่งมันอาจจะสามารถคลายความกังวลให้กับลูก ทำให้ลูกของคุณหันกลับมาเล่นกีฬาก็ได้

ช่วงของการเล่นกีฬาในเด็กนั้น จะพร้อมตอนอายุ 6 – 7 ปี เนื่องจากมีสมาธิ มีทักษะทางร่างกาย และความเข้าใจในกฎกติกามากขึ้น แต่เด็กบางคนอาจจะยังไม่มีทักษะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างความคุ้นเคย เช่น การรับส่งลูกบอล เด็กบ้างคนอาจจะทำได้หรือไม่ได้ ผู้ปกครองจะต้องช่วยเหลือเด็กๆ ในการฝึกทักษะเพื่อให้ลูกของคุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เขาจะได้ลดความประมาทและกล้าที่จะเล่นกีฬากับเด็กคนอื่นๆ

การเล่นกีฬาที่เน้นการแข่งขันมากจนเกินไป เด็กมักจะมีความกดดันและเครียด เมื่อถูกตะโกนสั่ง หรือฝากความหวังว่าการแข่งขันจะต้องชนะเท่านั้น ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครองจำเป็นต้องพูดคุย และพยายามปรับทัศนคติของเด็กและโค้ชผู้สอนให้ตรงกัน ไม่ให้เครียดมากจนเกินไป จนกว่าพวกเขาจะอายุ  11 – 12 ปี เด็กจะสามารถรับแรงกดดันได้มากขึ้น

ความประหม่าเกิดขึ้นได้ เชื่อว่าเด็กบางคนมีความกังวล  กดดัน และเครียด เพราะกลัวจะทำให้ พ่อแม่ โค้ช รวมไปถึงคนในทีมผิดหวัง หากเด็กยังพึ่งเริ่มเล่นกีฬาและยังไม่พร้อมที่จะอยู่ในภาวะของการแข่งขัน พ่อแม่อาจจะต้องลองหากีฬาอื่นมาให้เล่นแทน

เราอาจจะต้องลองเปิดใจให้เด็กๆ ได้ลองกิจกรรมอื่นๆ ที่เขาสนใจ อาจจะใช้เวลาในการหาสักหน่อย แต่ถ้าช่วยให้เด็กๆ ได้เล่นกีฬาที่เขารักนานๆ มันก็คุ้มค่า

อุปสรรคด้านสรีระก็สำคัญ เด็กแต่ละคนมีรูปร่างแตกต่างกันไป บางคนอ้วน บางคนสูง บางคนผอม ในเรื่องนี้จึงมีส่วนที่ทำให้เด็กๆ ประหม่าในการเล่นกีฬา ยิ่งหากต้องเล่นกีฬากับคนที่มีรูปร่างดี มีความคล่องตัวสูง และมีทักษะดีกว่าแล้ว ความประหม่าจะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นอีกเท่าตัว ดังนั้น พ่อและแม่เองต้องพยายามหากีฬาที่เหมาะสมกับลูก เด็กบางคนกลัวการปะทะ กลัวลูกบอล น้ำหนักตัวมีผลต่อการวิ่ง ดังนั้นเราควรต้องคุยกับเด็กๆ ว่าลูกของคุณชอบเล่นกีฬาอะไร และช่วยให้เด็กๆ ประสบความสำเร็จในกีฬานั้นๆ ดีกว่าเล่นกีฬาอะไรไม่เป็นเลย

เด็กบางคนไม่ชอบเล่นกีฬา แต่สามารถหันกลับมาชอบเล่นกีฬาแบบเล่นคนเดียว เช่น ว่ายน้ำ จักรยาน โยคะ ซึ่งสามารถทดแทนกันได้ พยายามหาว่าลูกๆ ของคุณชอบอะไร แล้วส่งเสริมพวกเขาจะดีกว่า

การสนับสนุนกิจกรรมที่เด็กเลือก สิ่งสำคัญคือเราจะต้องอดทนและพยายามในการทำความเข้าใจ เพราะเด็กจะเลือกยาก เบื่อง่าย พยายามหากิจกรรมที่เขาชอบจริงๆ สนับสนุน และสนุกไปกับพวกเขา สิ่งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ บุคลิกภาพ และร่างกายลูกของคุณให้ดีต่อไปในอนาคต